ในบทที่แล้ว คุณมีแอปจดบันทึกที่ใช้งานได้แล้ว
แต่แอปแรกที่ AI สร้างให้ มักจะยังไม่ใช่แบบที่คุณอยากได้ 100% บทนี้เราจะฝึกทักษะสำคัญที่สุดต่อจากการเริ่มต้น: บอก AI ให้แก้เฉพาะจุด โดยไม่ต้องเริ่มใหม่
ลงมือแก้ก่อน — เลือกสิ่งที่ยังไม่ใช่ 1 อย่าง
ขั้นตอนที่ 1 — เปิดโปรเจกต์เดิมของคุณ
- เข้า Lovable
- เปิดโปรเจกต์แอปจดบันทึกที่คุณสร้างไว้จากบทที่แล้ว
- มองไปที่ preview ทางขวา
- เลือกสิ่งที่ยังไม่ถูกใจมา 1 อย่าง
ตัวอย่างของสิ่งที่มักยังไม่ใช่:
- ปุ่มยังไม่ใช่สีที่คุณชอบ
- ข้อความบางส่วนยังเป็นภาษาอังกฤษ
- ช่องพิมพ์เล็กไปหรืออ่านยาก
- หัวข้อแอปยังไม่ใช่คำที่คุณอยากใช้
อย่าเพิ่งแก้หลายอย่างพร้อมกัน เลือกแค่อย่างเดียวก่อน
ถ้าคุณขอให้ AI เปลี่ยนหลายอย่างมากในรอบเดียว มันมีโอกาสแก้ไม่ครบ หรือไปแตะส่วนที่คุณไม่ได้ตั้งใจให้เปลี่ยน
ขั้นตอนที่ 2 — ใช้ follow-up prompt
ข้อความที่คุณพิมพ์เพื่อแก้งานต่อจากของเดิม เรียกว่า follow-up prompt (คำสั่งต่อจากงานเดิม)
ให้พิมพ์ prompt นี้ในช่องแชทของโปรเจกต์เดิม:
เปลี่ยนหัวข้อแอปจากข้อความเดิมเป็น "บันทึกของฉัน"
เปลี่ยนปุ่ม "บันทึกโน้ต" เป็นสีน้ำเงิน
และเปลี่ยนข้อความในช่องกรอกให้เป็นภาษาไทยทั้งหมด
โดยไม่เปลี่ยนฟังก์ชันการเพิ่มและลบโน้ต
ขั้นตอนที่ 3 — ดูผลใน preview
- กดส่ง prompt
- รอให้ AI แก้แอป
- ดูที่ preview ทางขวาอีกครั้ง
คุณควรเห็นข้อความและหน้าตาบางส่วนเปลี่ยนไป แต่แอปยังเพิ่มและลบโน้ตได้เหมือนเดิม
ถ้าหน้าตาแอปเปลี่ยนตามที่บอก และฟังก์ชันเดิมยังอยู่ครบ แปลว่าคุณไม่ได้แค่ใช้ AI สร้างของ แต่เริ่มบังคับทิศทางมันได้แล้ว
ทำไม prompt แบบนี้ถึงแก้ได้ตรงกว่า
เวลาคุณพิมพ์ว่า “ขอให้สวยขึ้น” AI ต้องเดาเองว่าสวยของคุณแปลว่าอะไร
แต่ถ้าคุณบอกชัดว่าอะไรต้องเปลี่ยน และอะไรต้องอยู่เหมือนเดิม AI จะทำตามได้ตรงกว่ามาก
ลองดูความต่าง:
แบบที่กว้างเกินไป
ช่วยทำให้แอปดูดีขึ้น
แบบที่ AI ทำตามได้ง่ายกว่า
เปลี่ยนปุ่ม "บันทึกโน้ต" เป็นสีน้ำเงิน
เปลี่ยนข้อความทั้งหมดให้เป็นภาษาไทย
โดยไม่เปลี่ยนฟังก์ชันการเพิ่มและลบโน้ต
สรุปสั้นๆ คือ prompt ที่ดีตอนแก้งาน มักมี 2 ส่วน:
- บอกว่าอยากให้เปลี่ยนอะไร
- บอกว่าอะไรต้องคงไว้เหมือนเดิม
เวลาจะแก้แอป ให้คิดแบบนี้: “เปลี่ยนอะไร” + “อย่าแตะอะไร”
ลองแก้ด้วยคำของคุณเองอีก 1 รอบ
ขั้นตอนที่ 1 — เลือกอีก 1 จุด
มองที่แอปของคุณแล้วเลือกแค่อย่างเดียว เช่น:
- อยากให้ช่องกรอกเนื้อหาสูงขึ้น
- อยากให้หัวข้อแอปใหญ่ขึ้น
- อยากให้ปุ่มลบเด่นน้อยลง
- อยากให้มีระยะห่างระหว่างโน้ตมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 — เขียน prompt ตามสูตรนี้
เปลี่ยน [สิ่งที่อยากเปลี่ยน]
โดยไม่เปลี่ยน [สิ่งที่ต้องคงไว้]
ตัวอย่าง:
เพิ่มความสูงของช่องกรอกเนื้อหาโน้ตให้อ่านง่ายขึ้น
โดยไม่เปลี่ยนปุ่มบันทึกและรายการโน้ตด้านล่าง
ขั้นตอนที่ 3 — ทดสอบว่าแอปยังทำงานเหมือนเดิม
- ลองเพิ่มโน้ต 1 อัน
- ลองลบโน้ต 1 อัน
- ดูว่าของที่คุณขอให้เปลี่ยน เปลี่ยนจริงหรือเปล่า
ถ้าผลลัพธ์ดีขึ้น นั่นคือคุณกำลังใช้ AI แบบคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่ใช่แค่รอลุ้นว่ามันจะทำอะไรให้
ถ้าคุณเปลี่ยนอย่างน้อย 1 จุดได้สำเร็จ และฟังก์ชันเดิมยังทำงานได้ บทนี้ถือว่าคุณผ่านแล้ว
ถ้า AI แก้ไม่ตรง ให้บอกเพิ่มแบบนี้
บางครั้ง AI จะเปลี่ยนไม่ครบ หรือเปลี่ยนผิดจุด นั่นเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่เริ่มใหม่ แต่คือบอกเพิ่มให้ชัดขึ้นในรอบถัดไป
ตัวอย่าง:
ปุ่มบันทึกเปลี่ยนสีแล้ว แต่ข้อความในช่องกรอกยังไม่เป็นภาษาไทย
ช่วยแก้เฉพาะข้อความในช่องกรอก โดยไม่เปลี่ยนส่วนอื่น
ยิ่งคุณบอกสิ่งที่ยังผิดได้ชัดเท่าไร รอบต่อไปก็ยิ่งตรงขึ้นเท่านั้น
คุณไม่ต้องเล่าใหม่ตั้งแต่ต้นทุกครั้ง แค่บอกว่า “อันไหนยังไม่ถูก” และ “อยากให้เป็นอะไรแทน” ก็พอ
คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง
- คุณใช้โปรเจกต์เดิมต่อได้ โดยไม่ต้องเริ่มใหม่
- คุณสั่ง AI ให้แก้เฉพาะจุดได้
- คุณรู้แล้วว่าควรบอกทั้ง “สิ่งที่อยากเปลี่ยน” และ “สิ่งที่ต้องคงไว้”
- คุณเริ่มทำให้แอปเข้าใกล้สิ่งที่อยู่ในหัวมากขึ้นแล้ว
บทต่อไป เราจะเพิ่มของใหม่เข้าไปในแอปเดิม โดยไม่ทำให้ของที่ใช้อยู่พัง