ตอนนี้คุณมีเว็บไซต์แล้ว
แต่เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจะเจอปัญหาเดียวกันทันทีหลังจากนั้น คือเว็บดูเหมือนเว็บแล้ว แต่เนื้อหายังไม่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นจริง
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เว็บไม่มีข้อมูล แต่อยู่ที่ข้อมูลพูดเรื่องคุณมากเกินไป
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยมาก
เจ้าของธุรกิจมักเขียนจากมุมของตัวเอง เช่น
- เราเปิดมาแล้วกี่ปี
- เราใส่ใจคุณภาพ
- เรามุ่งมั่นให้บริการที่ดีที่สุด
ปัญหาคือ ลูกค้าที่เพิ่งเปิดเว็บครั้งแรกไม่ได้กำลังถามว่า “ธุรกิจนี้ภูมิใจอะไร”
เขากำลังถามว่า
- ที่นี่ช่วยฉันได้ไหม
- เหมาะกับฉันไหม
- ต่างจากที่อื่นยังไง
- ถ้าสนใจ ฉันต้องทำอะไรต่อ
เขียนให้ลูกค้าเข้าใจง่าย ไม่ใช่เขียนเพื่อแนะนำตัวเองให้ดูดี
ลูกค้าตัดสินใจเร็วมากกว่าที่คิด
เวลามีคนเปิดเว็บธุรกิจครั้งแรก เขาไม่ได้อ่านทุกบรรทัดก่อน
ส่วนใหญ่เขาจะใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที เพื่อดูว่าควรอยู่ต่อหรือกดปิด
ผมอยากให้คุณใช้กรอบง่ายๆ นี้ตลอดทั้งคอร์ส
ใน 5 วินาทีแรก ลูกค้าควรตอบคำถาม 4 ข้อนี้ได้
- ที่นี่ทำอะไร
- มันเหมาะกับฉันไหม
- ทำไมฉันควรเลือกที่นี่
- ถ้าฉันสนใจ ฉันต้องทำอะไรต่อ
ถ้าเว็บยังตอบ 4 ข้อนี้ไม่ได้ชัดพอ ต่อให้ดีไซน์สวยแค่ไหน ลูกค้าก็ยังลังเลอยู่ดี
ดู before / after แล้วจะเห็นชัดทันที
บ้านกาแฟ
Before
บ้านกาแฟ — ร้านกาแฟคุณภาพ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 3 ปี
After
กาแฟคั่วสดทุกเช้า บรรยากาศเงียบ มี WiFi ฟรี — ใกล้ BTS อารีย์
ความต่างคือ ประโยคแรกพูดเรื่องร้าน แต่ประโยคหลังพูดสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้ทันที
คลินิกหายดี
Before
คลินิกกายภาพบำบัดที่มุ่งมั่นให้บริการด้วยมาตรฐานวิชาชีพ
After
ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่? ดูแลโดยนักกายภาพที่มีใบอนุญาต ใกล้ลาดพร้าว นัดได้ง่าย
ประโยคแรกฟังสุภาพ แต่ยังไม่ช่วยให้คนที่กำลังปวดรู้ว่าควรเลือกที่นี่ไหม ประโยคหลังพาเขาเข้าเรื่องตัวเองทันที
ปุ๊ก Photography
Before
ช่างภาพอิสระประสบการณ์ 5 ปี รับถ่ายภาพทุกประเภท
After
ภาพงานแต่ง รับปริญญา และครอบครัว ในสไตล์ธรรมชาติที่ดูแล้วรู้สึกถึงช่วงเวลาจริง
ประโยคแรกคือข้อมูลของเจ้าของธุรกิจ ประโยคหลังคือสิ่งที่ลูกค้าเริ่มจินตนาการได้ว่า ถ้าจ้างแล้วจะได้อะไร
แค่เปลี่ยนมุมมองจาก “ฉันอยากบอกอะไร” เป็น “ลูกค้าอยากรู้อะไร” เนื้อหาก็เริ่มทำงานต่างไปทันที
สูตรที่ใช้ได้เลย สำหรับ headline บนหน้าแรก
เวลาเขียน headline ใหม่ ให้ใช้สูตรนี้
[สิ่งที่คุณขายหรือช่วยแก้] + [จุดเด่นที่ลูกค้าแคร์] + [ข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจเร็วขึ้น]
ลองดูตัวอย่าง
บ้านกาแฟ
กาแฟคั่วสดทุกเช้า บรรยากาศเงียบ มี WiFi ฟรี — ใกล้ BTS อารีย์
คลินิกหายดี
กายภาพบำบัดสำหรับคนปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ โดยนักกายภาพที่มีใบอนุญาต
ปุ๊ก Photography
ช่างภาพงานแต่งและครอบครัว สไตล์ธรรมชาติ ดูแล้วรู้สึกถึงช่วงเวลาจริง
สูตรนี้ไม่ต้องเป๊ะทุกคำ แต่ช่วยให้คุณไม่หลุดกลับไปเขียนแบบแนะนำตัวเองเฉยๆ
ถ้าลูกค้าอ่านแค่ประโยคเดียวบนเว็บ เขาควรรู้เรื่องอะไรบ้างก่อนถึงจะอยากดูต่อ
ลองทำกับ headline ของคุณตอนนี้เลย
เปิดหน้าแรกของเว็บไซต์ตัวเอง แล้วดูประโยคบนสุด
จากนั้นถาม 3 ข้อนี้
- ประโยคนี้พูดเรื่องธุรกิจฉัน หรือพูดเรื่องลูกค้า
- ลูกค้าอ่านแล้วรู้ไหมว่าที่นี่ช่วยอะไรเขา
- ถ้าตัดคำสวยๆ ออก เหลือสิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจจริงกี่คำ
ถ้าคำตอบคือ ยังพูดเรื่องตัวเองเยอะเกินไป ให้ลองเขียนใหม่ด้วยสูตรนี้
[ธุรกิจของคุณช่วยอะไร] + [จุดเด่นที่ลูกค้าแคร์] + [ข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้น]
ตัวอย่างเติมสูตรสำหรับทั้ง 3 ธุรกิจ
บ้านกาแฟ
ร้านกาแฟใกล้ BTS อารีย์ + กาแฟคั่วสดทุกเช้าและมี WiFi + บรรยากาศเงียบเหมาะกับนั่งทำงาน
เขียนออกมาเป็นประโยคได้ว่า
กาแฟคั่วสดทุกเช้า บรรยากาศเงียบ มี WiFi ฟรี — ใกล้ BTS อารีย์
คลินิกหายดี
ช่วยดูแลอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ + นักกายภาพมีใบอนุญาต + นัดง่าย ใกล้ลาดพร้าว
เขียนออกมาเป็นประโยคได้ว่า
ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่? ดูแลโดยนักกายภาพที่มีใบอนุญาต ใกล้ลาดพร้าว นัดได้ง่าย
ปุ๊ก Photography
รับถ่ายงานแต่ง งานรับปริญญา และครอบครัว + สไตล์ธรรมชาติ + ภาพที่ดูแล้วรู้สึกถึงช่วงเวลาจริง
เขียนออกมาเป็นประโยคได้ว่า
ภาพงานแต่ง รับปริญญา และครอบครัว ในสไตล์ธรรมชาติที่ดูแล้วรู้สึกถึงช่วงเวลาจริง
สิ่งที่ไม่ต้องรีบใส่ใน headline
หลายคนพอเขียน headline ใหม่ จะพยายามใส่ทุกอย่างลงไปในประโยคเดียว
เช่น
- เปิดมากี่ปี
- ได้รางวัลอะไร
- มีสาขากี่แห่ง
- บริการทั้งหมดทุกอย่าง
ผลคือมันยาวเกิน และเสียความชัด
สิ่งที่ควรอยู่บนสุดคือ สิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าตอบคำถาม 4 ข้อใน 5 วินาทีแรกได้ ส่วนรายละเอียดอื่นค่อยตามมาใน section ถัดไป
headline ที่ดีไม่ใช่ประโยคที่ใส่ข้อมูลครบที่สุด แต่คือประโยคที่ช่วยให้ลูกค้ารู้เร็วที่สุดว่าเว็บนี้เกี่ยวกับเขาไหม
วันนี้คุณไม่ได้แค่เปลี่ยนคำไม่กี่คำ
สิ่งที่คุณทำจริงๆ คือเปลี่ยนมุมมองของทั้งเว็บไซต์
จากเดิมที่เว็บพูดว่า “นี่คือธุรกิจของฉัน” ไปเป็น “นี่คือสิ่งที่ลูกค้าจะได้จากธุรกิจนี้”
นี่คือจุดเริ่มของ content ที่ช่วยขาย ไม่ใช่แค่ช่วยให้เว็บดูเต็ม
พอลูกค้าเปิดเว็บมาแล้วเข้าใจเร็วขึ้นว่า ที่นี่ช่วยเขาได้ยังไง โอกาสที่เขาจะอยู่ต่อและกดติดต่อก็เริ่มมากขึ้นทันที
คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง
- คุณเห็นแล้วว่าปัญหาของเนื้อหาธุรกิจส่วนใหญ่คือเขียนจากมุมของเจ้าของ มากกว่ามุมของลูกค้า
- คุณมีกรอบ 4 คำถามที่ลูกค้าถามใน 5 วินาทีแรก
- คุณเห็น before / after ของทั้ง 3 ธุรกิจชัดๆ ว่าอะไรคือข้อความที่ช่วยลูกค้าตัดสินใจ
- คุณมี headline ใหม่ที่ตอบคำถามลูกค้าได้ดีขึ้นแล้ว
บทต่อไป เราจะไปที่ section ที่เจ้าของธุรกิจมักเขียนแบบลิสต์เฉยๆ มากที่สุด: บริการของคุณ แล้วทำให้แต่ละบริการตอบคำถามว่า “ลูกค้าจะได้อะไร” ไม่ใช่แค่ “เรามีอะไรบ้าง”