หลายธุรกิจอยู่ได้ด้วย Facebook, LINE หรือ Instagram มานาน เลยรู้สึกว่า “แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว”
ความจริงคือช่องทางพวกนั้นยังสำคัญอยู่ แต่ถ้าคุณอยากให้ลูกค้าใหม่หาเจอ ดูน่าเชื่อถือ และรู้ข้อมูลครบในที่เดียว เว็บไซต์ช่วยได้ในแบบที่ social media ทำแทนไม่ได้
เว็บไซต์ไม่ได้มีไว้เท่ แต่มันช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น
เวลาลูกค้าใหม่เจอชื่อธุรกิจคุณครั้งแรก เขามักอยากรู้ 4 เรื่องเร็วมาก
- ที่นี่ขายอะไรหรือให้บริการอะไร
- อยู่ที่ไหน
- ราคาเริ่มต้นประมาณไหน
- ติดต่อยังไง
ถ้าคำตอบพวกนี้กระจายอยู่ตามโพสต์เก่าๆ ใน Facebook หรืออยู่คนละที่กับ LINE ลูกค้าต้องเสียเวลาไล่หาเอง และหลายคนจะเลิกหาก่อน
เว็บไซต์ที่ดีทำหน้าที่รวมข้อมูลทั้งหมดนี้ไว้ในที่เดียว
เว็บไซต์ไม่ใช่ของหรูสำหรับธุรกิจเล็ก แต่มันคือหน้าร้านออนไลน์ที่เปิดไว้ตลอดเวลา ให้คนที่ยังไม่รู้จักคุณเข้ามาดูแล้วตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่เว็บไซต์ทำได้ดีกว่าเพจ มีอยู่ 3 เรื่องหลัก
1. ลูกค้าใหม่หาเจอใน Google ง่ายกว่า
เวลาคนอยากหาร้านกาแฟ คลินิก หรือช่างภาพ เขาไม่ได้เริ่มที่ Facebook เสมอไป
เขามักเริ่มจาก Google ด้วยคำแบบนี้
ร้านกาแฟ อารีย์คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าวช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพ
ถ้าธุรกิจคุณมีเว็บไซต์ โอกาสที่ลูกค้าจะเจอชื่อคุณจากการค้นหาแบบนี้จะสูงกว่าการมีแต่เพจอย่างเดียว
2. ดูน่าเชื่อถือกว่า
ลูกค้าหลายคนไม่ได้ตัดสินจากคำพูดอย่างเดียว แต่ตัดสินจากความรู้สึกว่า “ที่นี่ดูมีตัวตนจริงไหม”
ธุรกิจที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง มักให้ความรู้สึกว่า
- มีข้อมูลชัด
- ดูจริงจัง
- พร้อมให้บริการจริง
- ติดต่อได้จริง
3. ข้อมูลอยู่ครบในที่เดียว
เพจ Facebook เก่งเรื่องอัปเดต เก่งเรื่องคุยกับลูกค้า แต่ไม่เก่งเรื่องการจัดข้อมูลให้คนใหม่เข้าใจเร็ว
เว็บไซต์ช่วยให้คุณจัดเรื่องพวกนี้ได้ชัดกว่า
- บริการ
- ราคา
- รูปผลงาน
- เวลาเปิดปิด
- แผนที่
- ช่องทางติดต่อ
ทั้งหมดนี้อยู่ในที่เดียว ลูกค้าไม่ต้องเลื่อนหาในโพสต์เก่า
ลองดูจาก 3 ธุรกิจตัวอย่าง จะเห็นภาพชัดขึ้นมาก
บ้านกาแฟ
ถ้ามีแต่เพจ Facebook ลูกค้าใหม่ที่ search ว่า ร้านกาแฟ ใกล้ BTS อารีย์ อาจไม่เจอ หรือเจอแต่ข้อมูลไม่ครบ
แต่ถ้ามีเว็บไซต์ ลูกค้าจะเห็นทันทีว่า
- ร้านอยู่แถวไหน
- มีกาแฟแบบไหน
- บรรยากาศเป็นยังไง
- มี WiFi และที่นั่งทำงานไหม
- เปิดกี่โมง
สำหรับร้านกาแฟ เว็บไซต์ช่วยเรื่องการ “ตัดสินใจแวะ” ได้ดีมาก
คลินิกหายดี
คนที่กำลังปวดหลังหรือกำลังหาคลินิก ไม่ได้อยากเลื่อนดูโพสต์ไปเรื่อยๆ
เขาอยากรู้เร็วๆ ว่า
- รักษาอาการแบบเขาได้ไหม
- มีนักกายภาพที่มีใบอนุญาตไหม
- ราคาเริ่มต้นประมาณไหน
- นัดยังไง
- อยู่ตรงไหน
เว็บไซต์ช่วยให้ข้อมูลพวกนี้ดูเป็นระเบียบและทำให้คนรู้สึกมั่นใจก่อนโทรหรือทักมาถาม
ปุ๊ก Photography
สำหรับช่างภาพ เว็บไซต์ยิ่งสำคัญ เพราะงานภาพต้องถูกจัดให้ดูง่ายและดูดี
ลูกค้าที่กำลังหาช่างภาพอยากเห็น
- ผลงาน
- สไตล์ภาพ
- แพ็กเกจ
- รีวิว
- ช่องทางติดต่อ
gallery บนเว็บไซต์มักช่วยขายงานได้ดีกว่า album ที่กระจัดกระจายใน social media มาก
มันทำหน้าที่คนละแบบ social media ช่วยให้คนคุยกับคุณ เว็บไซต์ช่วยให้คนใหม่เข้าใจคุณและตัดสินใจได้เร็วขึ้น
Social media ยังสำคัญ แต่ไม่ควรเป็นบ้านหลังเดียวของธุรกิจ
ตรงนี้สำคัญมาก
บทนี้ไม่ได้บอกว่า Facebook หรือ LINE ไม่ดี เพราะจริงๆ มันยังสำคัญมากกับธุรกิจเล็ก
แต่ปัญหาคือ ถ้าคุณมีแค่ social media อย่างเดียว ข้อมูลของธุรกิจจะถูกจัดตาม “โพสต์ล่าสุด” ไม่ได้จัดตาม “สิ่งที่ลูกค้าอยากรู้”
เว็บไซต์ช่วยเป็นบ้านหลัก ส่วน social media ช่วยพาคนเข้ามาหาบ้านนั้น
พูดง่ายๆ คือ
- social media = ช่องทางคุยและเรียกลูกค้า
- website = ที่ที่ลูกค้าเข้ามาดูรายละเอียดแล้วตัดสินใจ
ลองทำ 2 อย่างนี้ตอนนี้เลย
อย่างที่ 1 — Google ชื่อธุรกิจตัวเอง
ลองพิมพ์ชื่อธุรกิจของคุณใน Google
ดูว่าอะไรขึ้นมาบ้าง
- เจอเพจ Facebook อย่างเดียวไหม
- เจออะไรเก่าๆ ที่ควบคุมไม่ได้ไหม
- เจอเว็บไซต์ของตัวเองหรือยัง
- ถ้ายังไม่มีเว็บ ลูกค้าใหม่จะรู้อะไรเกี่ยวกับคุณจากผลค้นหานี้บ้าง
อย่างที่ 2 — Google คู่แข่งที่ทำได้ดีกว่า
ลองหาธุรกิจใกล้เคียงที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว
เช่น
- ร้านกาแฟในย่านเดียวกัน
- คลินิกคล้ายกัน
- ช่างภาพที่รับงานแนวเดียวกัน
ดูว่าเวลาคลิกเข้าไป คุณรู้สึกยังไง
ส่วนใหญ่คุณจะเห็นเลยว่า ธุรกิจที่มีเว็บทำให้ตัดสินใจง่ายกว่า ไม่ใช่เพราะมันหรู แต่เพราะข้อมูลมันชัดกว่า
ถ้าลูกค้าใหม่ไม่เคยได้ยินชื่อคุณมาก่อน วันนี้เขาหาข้อมูลธุรกิจคุณง่ายพอหรือยัง
สิ่งที่หลายคนคิดว่าต้องใช้เงินเยอะ จริงๆ วันนี้ไม่ใช่แล้ว
เมื่อก่อนคำว่า “ทำเว็บไซต์” มักแปลว่า ต้องจ้างคน ต้องมีงบหลักหมื่น และต้องรอนาน
วันนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
ถ้าคุณอธิบายธุรกิจของตัวเองได้ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน มีจุดเด่นอะไร คุณก็เริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ได้แล้ว
บทต่อไปคือจุดที่คุณจะเห็นสิ่งนี้ด้วยตาตัวเอง
คุณจะไม่ได้เรียนเรื่องเทคนิคยาวๆ ก่อน แต่จะเริ่มจากการใส่ข้อมูลธุรกิจของคุณเข้าไป แล้วเห็นหน้าเว็บจริงขึ้นมาบนหน้าจอเลย
คุณไม่จำเป็นต้องมีรูปครบทุกมุม หรือมีข้อความที่สมบูรณ์ทุกบรรทัดก่อนถึงจะเริ่มทำเว็บได้ แค่มีข้อมูลธุรกิจพื้นฐานที่ชัด ก็เริ่มได้แล้ว
คุณเพิ่งได้อะไรจากบทนี้
- คุณเห็นแล้วว่าเว็บไซต์ช่วยธุรกิจใน 3 เรื่องหลัก: ให้ลูกค้าหาเจอ, ดูน่าเชื่อถือ, และรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว
- คุณเห็นความต่างชัดขึ้นระหว่างเว็บไซต์กับ social media ว่ามันไม่ได้แทนกัน แต่มันช่วยกันคนละแบบ
- คุณลองมองธุรกิจตัวเองผ่านสายตาลูกค้าใหม่แล้ว ว่าวันนี้เขาหาข้อมูลคุณง่ายพอหรือยัง
- คุณรู้แล้วว่าเว็บไซต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือแพงเกินจำเป็นเหมือนเมื่อก่อน
บทต่อไป คุณจะไม่ต้อง “ศึกษาเว็บ” นานก่อน แต่จะเริ่มสร้างเว็บธุรกิจแรกของคุณจริงๆ ใน Framer จากข้อมูลธุรกิจที่คุณมีอยู่แล้ว