ตอนนี้ระบบ Blog พร้อมแล้ว
ขั้นต่อไปคือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจหลายคนกลัวที่สุดตอนเริ่ม นั่นคือ แล้วจะเขียนอะไรดี
Blog ที่ดีไม่ใช่ไดอารี่ แต่มันคือคำตอบที่ลูกค้ากำลังหาใน Google
นี่คือ mindset สำคัญที่สุดของบทนี้
บทความบนเว็บธุรกิจ ไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่าวันนี้คุณคิดอะไร
มันมีไว้เพื่อตอบคำถามที่ลูกค้ากำลังหาอยู่
เพราะทุกบทความคืออีก 1 หน้าใหม่บนเว็บ และทุกหน้าคืออีก 1 โอกาสที่ Google อาจพาคนใหม่มาเจอคุณ
ถ้าลูกค้าจะ search เรื่องนี้จริง บทความก็คุ้มจะเขียน ถ้าไม่มีใครอยากรู้เลย ต่อให้เขียนดีแค่ไหน มันก็ช่วยธุรกิจน้อยลง
สูตรของ blog post แรก
ใช้โครงนี้ได้เลย
- หัวข้อ = คำถามหรือเรื่องที่ลูกค้าจะ search
- เปิดเรื่อง = บอกว่าบทความนี้จะตอบอะไร
- เนื้อหา = ตอบให้ครบ แบ่งเป็นหัวข้อย่อย
- ปิดท้าย = พากลับมาที่ธุรกิจของคุณ
ถ้าคิดแบบนี้ คุณจะไม่หลุดไปเขียนบทความที่อ่านเพลินแต่ไม่ช่วยธุรกิจ
ตัวอย่างจาก 3 ธุรกิจ
บ้านกาแฟ
หัวข้อที่ดี เช่น
5 เหตุผลที่กาแฟคั่วสดรสชาติต่างจากกาแฟทั่วไป
ลูกค้าที่สนใจเรื่องกาแฟอาจ search เจอ และบทความนี้ช่วยทั้งเรื่องความรู้และช่วยให้คนเข้าใจจุดเด่นของร้านคุณ
คลินิกหายดี
หัวข้อที่ดี เช่น
ปวดหลังเรื้อรัง — ต้องไปหาหมอเมื่อไหร่?
นี่คือคำถามที่คน search จริง และถ้าคุณตอบดี บทความนี้ช่วยทั้ง Google และช่วยให้ลูกค้ารู้ว่าคลินิกคุณเข้าใจปัญหานี้จริง
ปุ๊ก Photography
หัวข้อที่ดี เช่น
เตรียมตัวยังไงก่อนถ่ายรูปงานแต่งงาน — 10 สิ่งที่คู่รักมักลืม
อันนี้ตอบโจทย์คนที่กำลังเตรียมงานจริง และช่วยให้เขารู้สึกว่าคุณเป็นคนที่เข้าใจงานประเภทนี้ดี
มันช่วยให้ลูกค้าใหม่หาเจอ และช่วยให้ลูกค้าเชื่อว่าธุรกิจคุณรู้เรื่องนี้จริง
ใช้ AI ช่วยร่างให้เริ่มง่ายขึ้น
บทความไม่จำเป็นต้องเริ่มจากหน้าว่าง
นี่คือจุดที่ AI ช่วยคุณประหยัดเวลาได้มาก
ลองใช้ prompt แบบนี้
เขียน blog post สำหรับเว็บไซต์ [ชื่อธุรกิจ]
หัวข้อ: [คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย]
กลุ่มเป้าหมาย: [ใคร]
เนื้อหา: ตอบคำถามให้ครบ ใช้ภาษาง่ายๆ
ความยาว: 400-600 คำ
ลงท้ายด้วย call to action กลับมาที่ธุรกิจ
เขียนเป็นภาษาไทย เป็นกันเอง ไม่เป็นทางการเกินไป
ตัวอย่าง
บ้านกาแฟ
หัวข้อ: วิธีเลือกเมล็ดกาแฟให้เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มดื่ม
คลินิกหายดี
หัวข้อ: ปวดหลังเรื้อรัง — ต้องไปหาหมอเมื่อไหร่
ปุ๊ก Photography
หัวข้อ: เตรียมตัวยังไงก่อนถ่ายรูปรับปริญญา
แต่อย่าลืมว่า AI แค่ draft คุณยังต้องเติมของจริง
หลัง AI ร่างมาแล้ว ให้คุณเช็ก 3 อย่าง
- เนื้อหาตรงกับสิ่งที่ลูกค้าคุณถามจริงไหม
- มีรายละเอียดที่เป็นของธุรกิจคุณจริงหรือยัง
- ตอนท้ายมีทางพาคนกลับมาที่บริการคุณหรือยัง
ถ้าเป็นบ้านกาแฟ อาจเติมชื่อเมล็ดจริงหรือเมนูจริง
ถ้าเป็นคลินิกหายดี อาจเติมมุมมองที่ใช้กับคนไข้จริง
ถ้าเป็นปุ๊ก Photography อาจเติมสิ่งที่คู่รักหรือบัณฑิตมักพลาดจริงจากประสบการณ์คุณ
AI ช่วยให้คุณเริ่มไว แต่ถ้าคุณไม่เติมของจริงเข้าไป บทความจะยังฟังเหมือนใครเขียนก็ได้
ลงมือทำ — เขียนและ publish บทความแรก
ให้เลือก 1 หัวข้อจาก list ในบทแรก
จากนั้นทำตามนี้
- ใช้ AI ร่างบทความ
- อ่านและแก้ให้เป็นภาษาของธุรกิจคุณ
- ใส่รายละเอียดจริง
- เติม call to action ท้ายบทความ
- ใส่ลง CMS
- publish
ถ้าคุณทำถึงขั้นที่บทความขึ้นบนหน้า Blog ได้จริง บทนี้ถือว่าสำเร็จแล้ว
ตัวอย่าง CTA ท้ายบทความ
บ้านกาแฟ
ถ้าอยากลองกาแฟคั่วสดของเรา แวะมาที่ร้านบ้านกาแฟใกล้ BTS อารีย์ได้ทุกวัน
คลินิกหายดี
ถ้าคุณมีอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดไหล่ และอยากเริ่มดูแลอย่างถูกวิธี ติดต่อคลินิกหายดีเพื่อสอบถามหรือนัดเวลาได้เลย
ปุ๊ก Photography
ถ้าคุณกำลังวางแผนถ่ายงานแต่งหรือรับปริญญา และอยากได้ภาพที่เป็นธรรมชาติ ทักมาคุยกับปุ๊กได้เลย
CTA แบบนี้ช่วยให้บทความไม่จบแค่ให้ความรู้ แต่พากลับมาที่ธุรกิจด้วย
ให้ความรู้ได้เต็มที่ แต่ตอนจบควรมีทางกลับมาที่บริการของคุณเสมอ
วันนี้คุณไม่ได้แค่เพิ่มบทความ 1 ชิ้น
สิ่งที่คุณทำจริงๆ คือเปิดทางใหม่ให้ลูกค้าเจอคุณ
ก่อนหน้านี้ ลูกค้าอาจเจอคุณจากชื่อธุรกิจหรือหน้าแรกเท่านั้น
แต่ตอนนี้ เขาอาจเจอคุณจากคำถามที่เขาพิมพ์ใน Google แล้วเข้ามาเจอบทความของคุณก่อน
นี่คือจุดที่เว็บไซต์เริ่มโตแบบมีหลายประตู ไม่ได้มีแค่หน้าแรกอีกต่อไป
เมื่อบทความแรกขึ้นออนไลน์ เว็บของคุณก็เริ่มมีอีก 1 หน้าใหม่ที่ช่วยทั้งเรื่องการหาเจอและเรื่องความเชื่อในตัวธุรกิจ
คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง
- คุณเข้าใจแล้วว่าบทความธุรกิจที่ดีคือคำตอบของคำถามที่ลูกค้ากำลังหา
- คุณมีสูตร blog post แบบง่ายที่ใช้ได้จริง
- คุณใช้ AI ช่วยร่าง แล้วรู้ว่าต้องเติมอะไรเพื่อให้เป็นของธุรกิจคุณจริง
- คุณ publish บทความแรกขึ้นบนเว็บได้แล้ว
บทต่อไป เราจะไปที่เนื้อหาอีกแบบที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือโปรโมชันและข่าวสาร ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเห็นว่าธุรกิจยัง active และมีเหตุผลใหม่ๆ ให้กลับมาอีก