ถึงคุณจะมีเว็บไซต์ดีแค่ไหน ถ้า Google อ่านแล้วยังไม่เข้าใจว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร มันก็ยากที่เว็บจะไปโผล่ในผลค้นหาที่ถูกต้อง
บทนี้จึงเป็นเรื่องของการทำให้ Google อ่านหน้าเว็บของคุณแล้วเข้าใจได้เร็วขึ้น
Google อ่านเว็บเหมือนคนที่ดูสารบัญก่อนอ่านทั้งเล่ม
เวลาคนเปิดหนังสือ เขามักดูชื่อหนังสือ หัวข้อใหญ่ และคำโปรยก่อน
Google ก็คล้ายกัน
สิ่งที่มันให้ความสำคัญมากคือ
- ชื่อหน้าที่จะแสดงใน Google
- คำอธิบายสั้นใต้ชื่อ
- หัวข้อหลักและหัวข้อย่อยในหน้า
ถ้าทั้งสามอย่างนี้ยังกลางเกินไป Google ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าควรจับเว็บคุณไปคู่กับคำค้นไหน
มี 3 อย่างที่ทุกหน้าควรมี
1. Title
นี่คือชื่อหน้าที่มักไปโผล่เป็นลิงก์สีน้ำเงินใน Google
สูตรง่ายๆ คือ
[บริการหรือคำหลัก] + [ชื่อธุรกิจ] + [ที่ตั้ง]
ตัวอย่าง
ร้านกาแฟคั่วสด อารีย์ | บ้านกาแฟคลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าว | หายดีช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพ | ปุ๊ก Photography
2. Description
นี่คือคำอธิบายสั้นๆ ใต้ลิงก์ใน Google
มันควรบอกให้คนรู้ว่า
- ธุรกิจนี้ทำอะไร
- จุดเด่นคืออะไร
- อยู่ที่ไหน
และควรยาวไม่เกินประมาณ 160 ตัวอักษร
3. Headings
นี่คือหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยบนหน้าเว็บ
ให้คิดเหมือนสารบัญ
- หัวข้อหลักของหน้า ควรมีชัด 1 อัน
- ส่วนต่างๆ เช่น บริการ รีวิว ติดต่อ ควรมีหัวข้อย่อยที่อ่านแล้วเข้าใจทันที
สิ่งเหล่านี้ช่วยทั้ง Google และช่วยทั้งคนอ่าน เพราะหน้าที่ชื่อชัด หัวข้อชัด มักอ่านง่ายกว่าด้วย
ตัวอย่างจาก 3 ธุรกิจ
บ้านกาแฟ
Title
ร้านกาแฟคั่วสด อารีย์ | บ้านกาแฟ
Description
ร้านกาแฟย่านอารีย์ กาแฟคั่วสดทุกเช้า มี WiFi ฟรี บรรยากาศเงียบ เหมาะทั้งนั่งพักและนั่งทำงาน
คลินิกหายดี
Title
คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าว | หายดี
Description
ดูแลอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ โดยนักกายภาพที่มีใบอนุญาต นัดง่าย ใกล้ลาดพร้าว
ปุ๊ก Photography
Title
ช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพ | ปุ๊ก Photography
Description
รับถ่ายงานแต่ง รับปริญญา และภาพครอบครัว ในสไตล์ธรรมชาติ พร้อมดูแพ็กเกจและผลงานได้บนเว็บไซต์
ยิ่งชื่อหน้าและคำอธิบายบอกตรงๆ ว่าคุณทำอะไร อยู่ที่ไหน และต่างยังไง Google ก็ยิ่งจับคู่เว็บคุณกับคำค้นได้ง่ายขึ้น
ลงมือทำ — ตั้งค่าให้หน้าแรกของคุณก่อน
เริ่มจากหน้าแรกก่อน 1 หน้า
ใน Framer ให้มองหาส่วนตั้งค่าของหน้า หรือส่วนที่เกี่ยวกับ SEO ของหน้านั้น
จากนั้นเติม 3 อย่างนี้
- Title
- Description
- Heading หลักของหน้า
สำหรับบทนี้ยังไม่ต้องไล่ทุกหน้าให้ครบ
แค่ทำหน้าแรกให้ชัดก่อนก็ช่วยมากแล้ว เพราะหน้าแรกมักเป็นหน้าที่คนและ Google เห็นก่อนที่สุด
วิธีเช็กว่าของคุณยังกลางเกินไปไหม
ถ้า title หรือ description ของคุณยังเป็นแบบนี้
- หน้าแรก
- ยินดีต้อนรับ
- เกี่ยวกับเรา
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
แปลว่ายังไม่ช่วย Google มากพอ
สิ่งที่ควรมีอย่างน้อยคือ
- ประเภทธุรกิจ
- ชื่อธุรกิจ
- ที่ตั้ง หรือย่าน
คำอย่าง “บริการคุณภาพ” หรือ “เว็บไซต์ทางการ” ช่วยน้อยมาก ถ้าไม่มีข้อมูลว่าธุรกิจคืออะไรและอยู่ที่ไหน
ถ้าจะให้ AI ช่วย ใช้ prompt แบบนี้
ช่วยเขียน title และคำอธิบายสั้นสำหรับหน้าแรกของเว็บไซต์ธุรกิจ
- ธุรกิจ: [ประเภท]
- ชื่อธุรกิจ: [ชื่อ]
- ที่ตั้ง: [ย่าน / เขต / จังหวัด]
- จุดเด่น: [1-2 อย่าง]
Title ยาวไม่เกิน 60 ตัวอักษร
Description ยาวไม่เกิน 160 ตัวอักษร
เขียนให้น่าคลิกเมื่อคนเห็นในหน้า Google
วันนี้คุณไม่ได้แค่เปลี่ยนชื่อหน้า
สิ่งที่คุณทำจริงๆ คือช่วยให้ Google อ่านเว็บคุณแล้วเข้าใจเร็วขึ้นว่า หน้านี้เกี่ยวกับอะไร
พอหน้าเว็บชัดขึ้น โอกาสที่มันจะไปโผล่ในผลค้นหาที่ตรงกับธุรกิจคุณก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
เมื่อ title, description และหัวข้อหลักของหน้าเริ่มชัด Google ก็เริ่มมีข้อมูลพอจะเชื่อมเว็บคุณกับคำค้นที่เกี่ยวข้องได้ดีขึ้น
คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง
- คุณเข้าใจแล้วว่า title, description และ headings ช่วยให้ Google เข้าใจเว็บคุณยังไง
- คุณมีสูตรตั้ง title แบบง่ายสำหรับธุรกิจท้องถิ่น
- คุณเห็นตัวอย่างจริงของทั้ง 3 ธุรกิจแล้วว่าหน้าตาแบบไหนถึงจะชัดพอสำหรับ Google
- คุณเริ่มตั้งค่าหน้าแรกของเว็บไซต์ให้สื่อกับ Google ได้ดีขึ้นแล้ว
บทต่อไป เราจะไปดูว่าคำที่ลูกค้า search จริง มันคือคำไหน และจะเอาคำนั้นไปใส่ตรงไหนในเว็บ โดยไม่ทำให้เนื้อหาอ่านแล้วแข็งหรือดูยัดคำเกินไป