บทที่ 3 ⏱ 15 นาที

บอก Google ว่าเว็บคุณเกี่ยวกับอะไร — Title, Description, Headings

ถึงคุณจะมีเว็บไซต์ดีแค่ไหน ถ้า Google อ่านแล้วยังไม่เข้าใจว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร มันก็ยากที่เว็บจะไปโผล่ในผลค้นหาที่ถูกต้อง

บทนี้จึงเป็นเรื่องของการทำให้ Google อ่านหน้าเว็บของคุณแล้วเข้าใจได้เร็วขึ้น


Google อ่านเว็บเหมือนคนที่ดูสารบัญก่อนอ่านทั้งเล่ม

เวลาคนเปิดหนังสือ เขามักดูชื่อหนังสือ หัวข้อใหญ่ และคำโปรยก่อน

Google ก็คล้ายกัน

สิ่งที่มันให้ความสำคัญมากคือ

  • ชื่อหน้าที่จะแสดงใน Google
  • คำอธิบายสั้นใต้ชื่อ
  • หัวข้อหลักและหัวข้อย่อยในหน้า

ถ้าทั้งสามอย่างนี้ยังกลางเกินไป Google ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าควรจับเว็บคุณไปคู่กับคำค้นไหน


มี 3 อย่างที่ทุกหน้าควรมี

1. Title

นี่คือชื่อหน้าที่มักไปโผล่เป็นลิงก์สีน้ำเงินใน Google

สูตรง่ายๆ คือ

[บริการหรือคำหลัก] + [ชื่อธุรกิจ] + [ที่ตั้ง]

ตัวอย่าง

  • ร้านกาแฟคั่วสด อารีย์ | บ้านกาแฟ
  • คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าว | หายดี
  • ช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพ | ปุ๊ก Photography

2. Description

นี่คือคำอธิบายสั้นๆ ใต้ลิงก์ใน Google

มันควรบอกให้คนรู้ว่า

  • ธุรกิจนี้ทำอะไร
  • จุดเด่นคืออะไร
  • อยู่ที่ไหน

และควรยาวไม่เกินประมาณ 160 ตัวอักษร

3. Headings

นี่คือหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยบนหน้าเว็บ

ให้คิดเหมือนสารบัญ

  • หัวข้อหลักของหน้า ควรมีชัด 1 อัน
  • ส่วนต่างๆ เช่น บริการ รีวิว ติดต่อ ควรมีหัวข้อย่อยที่อ่านแล้วเข้าใจทันที
💡 อย่าคิดว่ามีไว้ให้ Google อย่างเดียว

สิ่งเหล่านี้ช่วยทั้ง Google และช่วยทั้งคนอ่าน เพราะหน้าที่ชื่อชัด หัวข้อชัด มักอ่านง่ายกว่าด้วย


ตัวอย่างจาก 3 ธุรกิจ

บ้านกาแฟ

Title ร้านกาแฟคั่วสด อารีย์ | บ้านกาแฟ

Description ร้านกาแฟย่านอารีย์ กาแฟคั่วสดทุกเช้า มี WiFi ฟรี บรรยากาศเงียบ เหมาะทั้งนั่งพักและนั่งทำงาน

คลินิกหายดี

Title คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าว | หายดี

Description ดูแลอาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ โดยนักกายภาพที่มีใบอนุญาต นัดง่าย ใกล้ลาดพร้าว

ปุ๊ก Photography

Title ช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพ | ปุ๊ก Photography

Description รับถ่ายงานแต่ง รับปริญญา และภาพครอบครัว ในสไตล์ธรรมชาติ พร้อมดูแพ็กเกจและผลงานได้บนเว็บไซต์

Google ชอบความชัด

ยิ่งชื่อหน้าและคำอธิบายบอกตรงๆ ว่าคุณทำอะไร อยู่ที่ไหน และต่างยังไง Google ก็ยิ่งจับคู่เว็บคุณกับคำค้นได้ง่ายขึ้น


ลงมือทำ — ตั้งค่าให้หน้าแรกของคุณก่อน

เริ่มจากหน้าแรกก่อน 1 หน้า

ใน Framer ให้มองหาส่วนตั้งค่าของหน้า หรือส่วนที่เกี่ยวกับ SEO ของหน้านั้น

จากนั้นเติม 3 อย่างนี้

  1. Title
  2. Description
  3. Heading หลักของหน้า

สำหรับบทนี้ยังไม่ต้องไล่ทุกหน้าให้ครบ

แค่ทำหน้าแรกให้ชัดก่อนก็ช่วยมากแล้ว เพราะหน้าแรกมักเป็นหน้าที่คนและ Google เห็นก่อนที่สุด


วิธีเช็กว่าของคุณยังกลางเกินไปไหม

ถ้า title หรือ description ของคุณยังเป็นแบบนี้

  • หน้าแรก
  • ยินดีต้อนรับ
  • เกี่ยวกับเรา
  • เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

แปลว่ายังไม่ช่วย Google มากพอ

สิ่งที่ควรมีอย่างน้อยคือ

  • ประเภทธุรกิจ
  • ชื่อธุรกิจ
  • ที่ตั้ง หรือย่าน
⚠️ อย่าใส่คำกว้างเกินไป

คำอย่าง “บริการคุณภาพ” หรือ “เว็บไซต์ทางการ” ช่วยน้อยมาก ถ้าไม่มีข้อมูลว่าธุรกิจคืออะไรและอยู่ที่ไหน


ถ้าจะให้ AI ช่วย ใช้ prompt แบบนี้

ช่วยเขียน title และคำอธิบายสั้นสำหรับหน้าแรกของเว็บไซต์ธุรกิจ

- ธุรกิจ: [ประเภท]
- ชื่อธุรกิจ: [ชื่อ]
- ที่ตั้ง: [ย่าน / เขต / จังหวัด]
- จุดเด่น: [1-2 อย่าง]

Title ยาวไม่เกิน 60 ตัวอักษร
Description ยาวไม่เกิน 160 ตัวอักษร
เขียนให้น่าคลิกเมื่อคนเห็นในหน้า Google

วันนี้คุณไม่ได้แค่เปลี่ยนชื่อหน้า

สิ่งที่คุณทำจริงๆ คือช่วยให้ Google อ่านเว็บคุณแล้วเข้าใจเร็วขึ้นว่า หน้านี้เกี่ยวกับอะไร

พอหน้าเว็บชัดขึ้น โอกาสที่มันจะไปโผล่ในผลค้นหาที่ตรงกับธุรกิจคุณก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

หน้าแรกของคุณเริ่มพูดกับ Google รู้เรื่องแล้ว

เมื่อ title, description และหัวข้อหลักของหน้าเริ่มชัด Google ก็เริ่มมีข้อมูลพอจะเชื่อมเว็บคุณกับคำค้นที่เกี่ยวข้องได้ดีขึ้น


คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง

  • คุณเข้าใจแล้วว่า title, description และ headings ช่วยให้ Google เข้าใจเว็บคุณยังไง
  • คุณมีสูตรตั้ง title แบบง่ายสำหรับธุรกิจท้องถิ่น
  • คุณเห็นตัวอย่างจริงของทั้ง 3 ธุรกิจแล้วว่าหน้าตาแบบไหนถึงจะชัดพอสำหรับ Google
  • คุณเริ่มตั้งค่าหน้าแรกของเว็บไซต์ให้สื่อกับ Google ได้ดีขึ้นแล้ว

บทต่อไป เราจะไปดูว่าคำที่ลูกค้า search จริง มันคือคำไหน และจะเอาคำนั้นไปใส่ตรงไหนในเว็บ โดยไม่ทำให้เนื้อหาอ่านแล้วแข็งหรือดูยัดคำเกินไป

🎉
ยินดีด้วย! คุณทำสำเร็จแล้ว

หน้าเว็บหลักของคุณเริ่มบอก Google ชัดขึ้นแล้วว่าธุรกิจนี้คืออะไร อยู่ที่ไหน และเกี่ยวกับคำค้นแบบไหน 🎉