เจ้าของธุรกิจมักมีคำของตัวเองเวลาอธิบายงาน
แต่ลูกค้าที่ search ใน Google อาจไม่ได้ใช้คำเดียวกัน
นี่คือจุดที่เว็บหลายเว็บพลาด เพราะเขาเขียนด้วยภาษาของธุรกิจ แต่ไม่ได้เขียนด้วยภาษาที่ลูกค้าใช้ตอนหา
ลูกค้าไม่ได้พิมพ์หาคุณด้วยคำที่สวยที่สุด แต่ด้วยคำที่ตรงปัญหาที่สุด
ตัวอย่างง่ายๆ
คลินิกอาจชอบใช้คำว่า
กายภาพบำบัดเพื่อการฟื้นฟู
แต่ลูกค้าอาจ search ว่า
แก้ปวดหลัง ลาดพร้าว
ร้านกาแฟอาจอยากเขียนว่า
กาแฟสเปเชียลตี้
แต่ลูกค้าอาจพิมพ์ว่า
ร้านกาแฟ อารีย์ นั่งทำงาน
ช่างภาพอาจพูดว่า
บริการบันทึกช่วงเวลาสำคัญ
แต่ลูกค้าอาจพิมพ์ว่า
ช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพ ราคา
นี่ไม่ได้แปลว่าคำของธุรกิจผิด
แต่มันแปลว่า ถ้าอยากให้ Google จับคู่คุณกับลูกค้าได้ดีขึ้น เว็บต้องมีภาษาที่ลูกค้าใช้จริงอยู่ด้วย
วิธีหาคำที่ลูกค้าใช้จริง
เริ่มจาก 4 วิธีง่ายๆ
1. ดูคำแนะนำของ Google
เวลาพิมพ์คำลงไปใน Google มันจะมีคำแนะนำเด้งขึ้นมา
สิ่งนั้นมีค่ามาก เพราะเป็นคำที่คนหาอยู่จริง
2. ดูคำถามที่ Google โชว์
บางครั้ง Google จะมีคำถามต่อยอดที่คนชอบถาม
สิ่งนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าลูกค้ากำลังกังวลหรืออยากรู้เรื่องอะไรเพิ่ม
3. คิดแบบลูกค้า ไม่ใช่แบบธุรกิจ
ถ้าคุณเป็นคนไม่รู้จักธุรกิจนี้มาก่อน คุณจะพิมพ์ว่าอะไรเพื่อหาธุรกิจแบบนี้
4. ถามลูกค้าจริง
ถามง่ายๆ ได้เลยว่า
หาเราจากคำว่าอะไรถ้าจะแนะนำเพื่อน คุณคิดว่าเขาจะ search ว่าอะไร
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้คำทางการหรือคำเฉพาะวงการ เขามักใช้คำที่ตรงกับปัญหาและสถานที่ของตัวเองมากกว่า
ตัวอย่าง keyword ของทั้ง 3 ธุรกิจ
บ้านกาแฟ
คำที่ลูกค้าน่าจะ search เช่น
ร้านกาแฟ อารีย์ร้านกาแฟ ใกล้ BTS อารีย์ร้านกาแฟ นั่งทำงาน อารีย์คาเฟ่ อารีย์ WiFi
คลินิกหายดี
คำที่ลูกค้าน่าจะ search เช่น
คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าวแก้ปวดหลัง ลาดพร้าวปวดคอ ปวดไหล่ รักษาที่ไหนดีกายภาพบำบัด ใกล้ฉัน
ปุ๊ก Photography
คำที่ลูกค้าน่าจะ search เช่น
ช่างภาพงานแต่งงาน กรุงเทพถ่ายรูปรับปริญญา ราคาช่างภาพครอบครัว กรุงเทพช่างภาพงานเล็ก กรุงเทพ
แล้วควรเอาคำพวกนี้ไปไว้ตรงไหน
จุดที่ควรใช้มีประมาณนี้
- Title ของหน้า
- คำอธิบายสั้นในหน้า Google
- หัวข้อหลักและหัวข้อย่อย
- คำอธิบายบริการ
- ส่วนเกี่ยวกับธุรกิจ
- คำอธิบายรูปภาพ ถ้ามีช่องให้ใส่
จุดสำคัญคือ ใช้อย่างเป็นธรรมชาติ
เช่น
คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าว สำหรับคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดคอ และปวดไหล่
แบบนี้ยังอ่านรู้เรื่องและช่วย Google ได้
แต่ถ้าเขียนแบบ
คลินิกกายภาพบำบัด ลาดพร้าว กายภาพบำบัด ลาดพร้าว ปวดหลัง ลาดพร้าว
แบบนี้คนอ่านก็ไม่ชอบ และ Google ก็ไม่ได้ชอบด้วย
ใส่คำที่ลูกค้า search ได้ แต่ต้องยังอ่านเป็นภาษาคนอยู่ ถ้าคำเริ่มเยอะจนอ่านแล้วแข็ง แปลว่ามากเกินไปแล้ว
ลงมือทำ — หา 5 คำที่ลูกค้าน่าจะใช้ แล้วเช็กในเว็บ
สำหรับบทนี้ ให้ทำแค่นี้ก่อน
- จดคำที่ลูกค้าน่าจะใช้ 5 คำ
- เปิดเว็บตัวเอง
- ดูว่าคำเหล่านั้นอยู่ตรงไหนในเว็บแล้วบ้าง
- ถ้าคำไหนยังไม่มี ให้เติมในจุดที่เหมาะ
เช่น
ถ้าคุณคือบ้านกาแฟ แล้วคำว่า อารีย์ ยังแทบไม่อยู่ในเว็บเลย นี่คือช่องว่างสำคัญ
ถ้าคุณคือคลินิกหายดี แล้วคำว่า ปวดหลัง ยังไม่อยู่ในส่วนบริการหรือหัวข้อหลัก ก็มีโอกาสที่ Google จะยังไม่เชื่อมคุณกับคำค้นนี้ดีพอ
ถ้าจะให้ AI ช่วย ใช้ prompt แบบนี้
ช่วยปรับข้อความบนเว็บไซต์ธุรกิจของฉันให้มีคำที่ลูกค้าน่าจะใช้ค้นหาใน Google
คำที่อยากใส่คือ:
- [คำที่ 1]
- [คำที่ 2]
- [คำที่ 3]
- [คำที่ 4]
- [คำที่ 5]
ช่วยใส่คำเหล่านี้ในหัวข้อ, คำอธิบายบริการ, และข้อความสำคัญของหน้าแบบเป็นธรรมชาติ
อย่าเขียนให้ดูเหมือนยัดคำซ้ำ
วันนี้คุณไม่ได้แค่เติมคำลงในเว็บ
สิ่งที่คุณทำจริงๆ คือทำให้เว็บไซต์เริ่มพูดภาษาเดียวกับลูกค้า
ยิ่งคำบนเว็บใกล้กับคำที่ลูกค้าใช้หาใน Google มากขึ้น Google ก็ยิ่งเชื่อมคุณกับคนที่กำลังมองหาธุรกิจแบบคุณได้ดีขึ้น
พอคำในเว็บใกล้กับคำที่ลูกค้าใช้หา โอกาสที่ Google จะจับคู่คุณกับการค้นหาเหล่านั้นก็เริ่มดีขึ้นจริง
คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง
- คุณรู้แล้วว่าคำที่ธุรกิจใช้ กับคำที่ลูกค้า search จริง อาจไม่เหมือนกัน
- คุณมีวิธีหาคำที่ลูกค้าใช้จาก Google และจากลูกค้าจริง
- คุณเห็น keyword ตัวอย่างของทั้ง 3 ธุรกิจชัดขึ้น
- คุณเริ่มเอาคำที่ลูกค้าใช้จริงเข้าไปอยู่ในเว็บไซต์แบบเป็นธรรมชาติแล้ว
บทต่อไป เราจะไปทำขั้นตอนสุดท้ายของคอร์สนี้ คือบอก Google ตรงๆ ว่าเว็บคุณอยู่ตรงนี้ และส่งสารบัญเว็บให้ Google รู้จักทุกหน้าของคุณเร็วขึ้น