บทที่ 2 ⏱ 18 นาที

ตัดให้เหลือเวอร์ชันแรก

ตอนนี้คุณมีโจทย์ 2 ประโยคแล้ว และนั่นทำให้ไอเดียเริ่มจับต้องได้

แต่จังหวะถัดมาที่คนส่วนใหญ่สะดุดคือ พอเริ่มคิดว่าจะใส่อะไรลงในแอปบ้าง ทุกอย่างก็ดูน่าใส่ไปหมด


ปัญหาไม่ใช่ “คิดฟีเจอร์ไม่ออก” แต่คือคิดออกเยอะเกินไป

พอเริ่มเห็นภาพแอปของตัวเอง สมองจะเริ่มวิ่งทันที

อยากมีกราฟ อยากมีระบบสมาชิก อยากมีหมวดหมู่ อยากมีแจ้งเตือน อยากให้สวย อยากให้ครบตั้งแต่วันแรก ซึ่งทั้งหมดนี้เข้าใจได้ แต่ถ้าใส่พร้อมกันใน v1 โอกาสที่คุณจะเริ่มช้าจะสูงมาก

💡 ลองคิดดู

ตอนนี้สิ่งที่คุณกำลังคิดเพิ่ม เป็นสิ่งที่ “ต้องมีเพื่อแก้ปัญหาหลัก” หรือแค่ “มีแล้วน่าจะดี”? คำตอบของคำถามนี้คือหัวใจของบทนี้


ใช้ 3 กองนี้แยกฟีเจอร์

เวลาคิด v1 ลองแยกทุกอย่างที่อยากได้ออกเป็น 3 กอง:

  • ต้องมี: ถ้าไม่มีสิ่งนี้ แอปแทบไม่แก้ปัญหาหลัก
  • มีก็ดี: มีก็ช่วย แต่ยังไม่จำเป็นกับเวอร์ชันแรก
  • ไว้ทีหลัง: น่าสนใจ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

คำถามที่ช่วยตัดสินได้ดีที่สุดคือ:

ถ้าไม่มีสิ่งนี้ แอปยังช่วยแก้ปัญหาหลักได้ไหม?

ถ้าคำตอบคือ “ได้” แปลว่าส่วนใหญ่มันยังไม่ใช่ v1


ตัวอย่างก่อน — ตัดแอปติดตามค่าใช้จ่ายให้เหลือ v1

สมมติเราคิดฟีเจอร์ของแอปติดตามค่าใช้จ่ายออกมาได้แบบนี้:

  • เพิ่มรายการค่าใช้จ่าย
  • ดูรายการทั้งหมด
  • ดูยอดรวม
  • แบ่งหมวดหมู่
  • กราฟรายเดือน
  • ตั้งงบประมาณ
  • แจ้งเตือนเมื่อใช้เกินงบ
  • ล็อกอิน
  • ส่งออกเป็น Excel
  • dark mode

ถ้ากลับไปดูโจทย์จากบทที่แล้ว ปัญหาหลักคือ ไม่รู้ว่าเงินหมดไปกับอะไร

งั้นลองถามทีละข้อ:

  • ถ้าไม่มี เพิ่มรายการค่าใช้จ่าย แอปยังช่วยได้ไหม? ไม่ได้
  • ถ้าไม่มี ดูรายการทั้งหมด ยังช่วยได้ไหม? ไม่ได้
  • ถ้าไม่มี ดูยอดรวม ยังช่วยได้ไหม? ไม่ได้มากพอ
  • ถ้าไม่มี กราฟรายเดือน ยังช่วยได้ไหม? ได้
  • ถ้าไม่มี ล็อกอิน ยังช่วยได้ไหม? ได้

พอตัดแบบนี้ v1 จะเหลือแค่ 3 อย่าง:

  • เพิ่มรายการค่าใช้จ่าย
  • ดูรายการทั้งหมด
  • ดูยอดรวม

แค่นี้ก็พอให้แอปเริ่มแก้ปัญหาหลักได้แล้ว

v1 ไม่ต้องเล็กเพราะขี้เกียจ

มันเล็กเพราะคุณกำลังเลือกให้ตรงกับปัญหาหลักที่สุด ไม่ใช่พยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน


สำหรับไอเดียของคุณเอง ให้ทำแบบเดียวกัน

หยิบ problem statement 2 ประโยคจากบทที่แล้วขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

จากนั้นเขียนทุกฟีเจอร์ที่นึกออกลงมาให้หมดก่อน ยังไม่ต้องตัดสิน อย่าเพิ่งพยายามฉลาดในรอบแรก

พอเขียนออกมาหมดแล้ว ค่อยถามกับทุกข้อว่า:

ถ้าไม่มีสิ่งนี้ แอปยังแก้ปัญหาหลักได้ไหม?

สิ่งที่ตอบว่า ได้ ให้ย้ายออกจาก v1 ก่อน

⚠️ อย่าตัดจากความชอบส่วนตัวอย่างเดียว

ฟีเจอร์บางอย่างคุณอาจชอบมาก เช่นกราฟ สถิติ หรือธีมสี แต่ถ้ามันยังไม่ช่วยแก้ปัญหาหลักของผู้ใช้ในตอนแรก มันควรอยู่กอง “ไว้ทีหลัง”


จาก 3 ฟีเจอร์ สู่ prompt แรก

พอเหลือฟีเจอร์หลัก 3 อย่างแล้ว งานของคุณไม่ใช่คิดทุกอย่างต่อทันที

งานต่อไปคือเอา 3 อย่างนั้นมาเขียนเป็น prompt ที่ตรงและเรียบพอให้ Lovable สร้าง v1 ออกมาได้

ตัวอย่าง prompt สำหรับแอปติดตามค่าใช้จ่าย:

สร้างแอปติดตามค่าใช้จ่ายอย่างง่าย
ให้ผู้ใช้เพิ่มรายการค่าใช้จ่ายได้ โดยกรอกชื่อรายการ จำนวนเงิน และวันที่
แสดงรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้านล่าง
แสดงยอดรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้านบน
ดีไซน์เรียบง่าย อ่านง่าย ใช้สีเขียวเป็นหลัก

สังเกตว่า prompt นี้ยังไม่ได้พยายามใส่ทุกอย่างที่อยากได้ มันใส่แค่สิ่งที่ต้องมีเพื่อให้ v1 ใช้งานได้


สำหรับไอเดียของคุณเอง ลองเขียน prompt แบบเดียวกัน

ใช้รูปแบบนี้ได้เลย:

สร้างแอป [ชื่อหรือประเภทของแอป] อย่างง่าย
ให้ผู้ใช้ [ฟีเจอร์ที่ 1]
แสดง [ฟีเจอร์ที่ 2]
ให้เห็น [ฟีเจอร์ที่ 3]
ดีไซน์ [แนวทางหน้าตาที่อยากได้แบบสั้นๆ]

เป้าหมายของ prompt แรกไม่ใช่ความครบ

เป้าหมายคือให้แอปเวอร์ชันแรกขึ้นมาบนหน้าจอเร็วที่สุด เพื่อที่คุณจะได้เริ่มดูของจริง แล้วค่อยตัดสินใจจากตรงนั้น

💡 เขียนให้พอสร้าง ไม่ใช่เขียนให้สมบูรณ์

ถ้าคุณรู้สึกว่า prompt ยังไม่ครบทุกอย่าง นั่นอาจแปลว่าคุณกำลังทำถูกทาง เพราะบทนี้เราต้องการแค่ v1 ไม่ใช่เวอร์ชันสุดท้าย


ลงมือทำ — สร้าง v1 ของคุณ

ขั้นตอนที่ 1 — เขียน 3 กองให้เสร็จ

  1. เขียนฟีเจอร์ทั้งหมดที่นึกออก
  2. แยกเป็น ต้องมี, มีก็ดี, ไว้ทีหลัง
  3. เลือกเฉพาะ 3 ฟีเจอร์ในกอง ต้องมี

ขั้นตอนที่ 2 — เขียน prompt แรก

  1. เอา 3 ฟีเจอร์นั้นมาเขียนเป็น prompt
  2. อ่านทวนหนึ่งรอบ
  3. ตัดสิ่งที่ยังไม่จำเป็นออกอีก ถ้ายังรู้สึกว่าเยอะไป

ขั้นตอนที่ 3 — ส่งเข้า Lovable

  1. เปิดโปรเจกต์ใหม่
  2. วาง prompt ของคุณ
  3. ส่งให้ AI สร้าง
  4. ดูผลลัพธ์บนหน้าจอ
คุณมี v1 แล้ว

ไม่ว่ามันจะตรงใจแค่ไหน สิ่งสำคัญคือคุณไม่ได้หยุดอยู่แค่ไอเดียอีกแล้ว คุณตัดสินใจได้ว่าอะไรสำคัญพอสำหรับเวอร์ชันแรก และเปลี่ยนมันเป็นแอปที่เริ่มจับต้องได้


คุณเพิ่งทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง

  • คุณแยกออกแล้วว่าอะไรคือ ต้องมี และอะไรคือ ไว้ทีหลัง
  • คุณตัดไอเดียใหญ่ให้เหลือ v1 ที่สร้างได้จริง
  • คุณมี prompt แรกที่อิงจากปัญหาหลัก ไม่ใช่ความอยากใส่ทุกอย่าง
  • คุณมีแอปเวอร์ชันแรกขึ้นมาบนหน้าจอแล้ว

บทต่อไป เราจะทำสิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากมี v1: ดูสิ่งที่อยู่บนจอให้เป็น แล้วค่อยปรับมันทีละรอบจนเริ่มใกล้กับสิ่งที่คุณคิดไว้จริงๆ

🎉
ยินดีด้วย! คุณทำสำเร็จแล้ว

คุณมี prompt สำหรับเวอร์ชันแรก และแอปของคุณปรากฏบนหน้าจอแล้ว 🎉